Apothic ไวน์สหรัฐอเมริกา ราคาล่าสุดในไทย พร้อมรีวิวรสชาติและข้อมูลครบ 2026
ราคาเริ่มต้น
฿500-800 บาท

Apothic เป็นแบรนด์ไวน์แดงจากแคลิฟอร์เนียที่เติบโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่เปิดตัวในปี 2010 มีจุดเด่นที่การเบลนด์องุ่นหลายสายพันธุ์เพื่อสร้างรสชาติที่เข้มข้นและดื่มง่าย ในตลาดไทยราคาอยู่ที่ 500-800 บาท เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่ที่ชอบไวน์แดงรสนุ่ม
Apothic คืออะไร มาจากไหน
Apothic เป็นแบรนด์ของ E. & J. Gallo Winery ซึ่งเป็นผู้ผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดตัวในปี 2010 ด้วย Apothic Red ชื่อ "Apothic" มาจากคำว่า "Apotheca" ในภาษาละตินซึ่งหมายถึงห้องลับที่ใช้เก็บไวน์ในสมัยโบราณ แนวคิดของแบรนด์คือการนำองุ่นหลายสายพันธุ์มาเบลนด์ในสัดส่วนที่ไม่เป็นไปตามขนบธรรมเนียมเพื่อสร้างรสชาติที่แตกต่าง
Apothic Red เป็นตัวแรกที่เปิดตัวและประสบความสำเร็จทันที เป็นหนึ่งในไวน์ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดอเมริกา ทำยอดขายได้มากกว่า 3 ล้านลังต่อปี ความสำเร็จนี้ทำให้ Gallo ขยายไลน์อัพเพิ่มเติม ได้แก่ Apothic Dark, Crush, Inferno และ Brew
ผู้ผลิตไวน์ของ Apothic คือ Boyd Morrison ซึ่งมีปรัชญาในการผลิตไวน์ที่เน้นการเบลนด์อย่างสร้างสรรค์ องุ่นมาจากหลายแหล่งทั่วแคลิฟอร์เนีย รวมถึง Lodi, Central Coast และ Dry Creek Valley โดยแต่ละรุ่นมีสัดส่วนการเบลนด์ที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้รสชาติเฉพาะตัว
ราคา Apothic ในไทย 2026
| ชื่อไวน์ | ประเภท | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| Apothic Red | ไวน์แดง | 500-650 |
| Apothic Dark | ไวน์แดง | 550-700 |
| Apothic Crush | ไวน์แดง | 550-700 |
| Apothic Inferno | ไวน์แดง | 600-750 |
| Apothic Brew | ไวน์แดง | 600-800 |
ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณในตลาดไทยปี 2026 อาจแตกต่างกันตามร้านค้าและ vintage ที่มีจำหน่าย
รสชาติของ Apothic เป็นอย่างไร
Apothic Red: เบลนด์จาก Zinfandel, Merlot, Syrah และ Cabernet Sauvignon กลิ่นผลไม้ดำ เชอร์รี่ดำ วานิลลา และมอคค่า แทนนินนุ่มมาก มีความหวานผลไม้เล็กน้อยที่ทำให้ดื่มง่าย จบปากมีกลิ่นวานิลลาและช็อกโกแลต เป็นไวน์ที่ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงได้สำหรับทุกคน
Apothic Dark: เบลนด์จาก Petite Sirah, Teroldego และ Cabernet Sauvignon กลิ่นผลไม้ดำเข้ม แบล็กเบอร์รี่ พลัมเข้ม ช็อกโกแลตดำ และเครื่องเทศ เข้มข้นกว่า Apothic Red แทนนินมากกว่าเล็กน้อยแต่ยังคงนุ่ม สีม่วงดำเข้ม
Apothic Crush: เบลนด์ที่เน้นองุ่นผลไม้แดงอย่าง Pinot Noir และ Merlot กลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และวานิลลา เบากว่าตัวอื่นในไลน์อัพ มีความสดชื่นมากกว่าและเหมาะกับอากาศร้อน
Apothic Inferno: เบลนด์ที่บ่มบางส่วนในถังวิสกี้ กลิ่นผลไม้ดำ คาราเมล วานิลลา และควัน มีกลิ่นวิสกี้เล็กน้อยที่ให้ความซับซ้อนเพิ่มเติม แทนนินปานกลาง มีความอบอุ่นจากอิทธิพลของถังวิสกี้
Apothic Brew: เบลนด์ที่ผสม cold brew coffee กลิ่นกาแฟ ช็อกโกแลตดำ เชอร์รี่ดำ และวานิลลา มีกลิ่นกาแฟที่ชัดเจนเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทั้งไวน์และกาแฟ
Apothic เหมาะกับอาหารอะไร
Apothic Red เข้ากันได้ดีกับเบอร์เกอร์ พิซซ่า เนื้อย่างซอสบาร์บีคิว และพาสต้าซอสเนื้อ สำหรับอาหารไทย คู่ได้ดีกับหมูกรอบ ไส้อั่ว และหมูสะเต๊ะ
Apothic Dark เข้ากันได้ดีกับเนื้อย่างรสจัด ซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิว และชีสเข้มข้นอย่าง Blue Cheese สำหรับอาหารไทย คู่ได้ดีกับเนื้อตุ๋นพริกไทยดำ และคอหมูย่างจิ้มแจ่ว
Apothic Crush เข้ากันได้ดีกับอาหารเบาอย่างสลัด ไก่ย่าง และอาหารทะเล สำหรับอาหารไทย คู่ได้ดีกับไก่สะเต๊ะ และผัดผักรวม
Apothic Inferno เข้ากันได้ดีกับสเต็กเนื้อ เนื้อรมควัน และช็อกโกแลตเค้ก
เปรียบเทียบ Apothic กับแบรนด์อื่น
Apothic vs Josh Cellars: Josh Cellars เป็นไวน์ varietal ที่เน้นองุ่นสายพันธุ์เดียว มีโครงสร้างและความสมดุลแบบคลาสสิก ส่วน Apothic เป็น bold blend ที่เน้นรสชาติเข้มข้นและหวานผลไม้มากกว่า ราคาใกล้เคียงกัน ผู้ที่ชอบไวน์สไตล์คลาสสิกจะชอบ Josh Cellars มากกว่า ส่วนผู้ที่ชอบรสชาตินุ่มหวานจะชอบ Apothic
Apothic vs Barefoot: ทั้งสองเป็นไวน์ที่ดื่มง่ายราคาเข้าถึงได้ Barefoot มีราคาถูกกว่าและหวานกว่า ส่วน Apothic มีความซับซ้อนและเข้มข้นมากกว่า แทนนินของ Apothic ก็มากกว่า Barefoot เล็กน้อย
Apothic vs Kendall-Jackson: Kendall-Jackson Cabernet Sauvignon ราคาสูงกว่าเล็กน้อยที่ 700-900 บาท มีโครงสร้างและความสมดุลแบบคลาสสิก ส่วน Apothic เน้นความเข้มข้นของผลไม้และความดื่มง่าย Kendall-Jackson เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนรู้เรื่องไวน์ ส่วน Apothic เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรสชาตินุ่มกลมกล่อม
วิธีเก็บรักษาและอุณหภูมิเสิร์ฟ
Apothic ทุกรุ่นเหมาะสำหรับดื่มภายใน 1-2 ปีหลังซื้อ ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเก็บบ่มระยะยาว เก็บในที่เย็นอุณหภูมิ 12-18 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง
อุณหภูมิเสิร์ฟสำหรับ Apothic ทุกรุ่นอยู่ที่ 16-18 องศาเซลเซียส ในอากาศร้อนของเมืองไทย อาจแช่เย็นเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟประมาณ 10-15 นาทีเพื่อให้อุณหภูมิลดลงมาอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
Apothic ใช้ฝาเกลียว (screw cap) ทำให้เก็บรักษาง่ายไม่ต้องวางนอน และเปิดดื่มได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้ที่เปิดขวด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Apothic
Apothic Red ราคาเท่าไหร่ในไทย? Apothic Red ราคาประมาณ 500-650 บาท เป็นตัวขายดีที่สุดของแบรนด์ เบลนด์จาก Zinfandel, Merlot, Syrah และ Cabernet Sauvignon
Apothic ดื่มง่ายไหม? Apothic ออกแบบมาให้ดื่มง่ายมาก มีรสชาติผลไม้สุก เข้มข้น แทนนินนุ่ม เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ชอบไวน์รสนุ่มกลมกล่อม
Apothic มีกี่รุ่น? Apothic มีหลายรุ่น ได้แก่ Red, Dark, Crush, Inferno และ Brew แต่ละรุ่นมีสไตล์และการเบลนด์ที่แตกต่างกัน ราคาในไทยอยู่ที่ 500-800 บาท
สอบถามข้อมูล Apothic ผ่าน Line
สนใจสอบถามไวน์แบรนด์นี้?
ราคาพิเศษ ตอบ Line ทุกวัน ส่งทั่วประเทศ
สรุป
Apothic เป็นแบรนด์ไวน์แดง bold blend จากแคลิฟอร์เนียที่เน้นความดื่มง่ายและรสชาติเข้มข้นในราคา 500-800 บาท Apothic Red เป็นตัวเริ่มต้นที่ดีที่สุดของแบรนด์ ส่วน Apothic Dark เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรสชาติที่เข้มข้นกว่า Apothic Inferno มีความพิเศษจากการบ่มในถังวิสกี้ที่ให้มิติเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
Apothic Red ราคาเท่าไหร่ในไทย?
Apothic Red ราคาประมาณ 500-650 บาท เป็นตัวขายดีที่สุดของแบรนด์ เบลนด์จาก Zinfandel, Merlot, Syrah และ Cabernet Sauvignon
Apothic ดื่มง่ายไหม?
Apothic ออกแบบมาให้ดื่มง่ายมาก มีรสชาติผลไม้สุก เข้มข้น แทนนินนุ่ม เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ชอบไวน์รสนุ่มกลมกล่อม
Apothic มีกี่รุ่น?
Apothic มีหลายรุ่น ได้แก่ Red, Dark, Crush, Inferno และ Brew แต่ละรุ่นมีสไตล์และการเบลนด์ที่แตกต่างกัน ราคาในไทยอยู่ที่ 500-800 บาท
Apothic มาจากประเทศอะไร?
Apothic เป็นไวน์แดงจากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line
ยังมีข้อสงสัย? สอบถามผ่าน Line ได้เลย