Barefoot ไวน์สหรัฐอเมริกา ราคาล่าสุดในไทย พร้อมรีวิวรสชาติและข้อมูลครบ 2026
ราคาเริ่มต้น
฿350-550 บาท

Barefoot คือไวน์อเมริกันที่ขายดีที่สุดในโลกหลายปีต่อเนื่อง ราคาเพียง 350-550 บาท รสหวานผลไม้ดื่มง่าย เหมาะสำหรับทุกคนโดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มต้นดื่มไวน์
Barefoot คืออะไร มาจากไหน
Barefoot ก่อตั้งในปี 1965 ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดย Davis Bynum ต่อมาในปี 1986 Michael Houlihan และ Bonnie Harvey เข้ามาบริหารและพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ E. & J. Gallo Winery ซึ่งเป็นผู้ผลิตไวน์รายใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาและเป็นหนึ่งในผู้ผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โลโก้รอยเท้าเปล่า (Barefoot) สื่อถึงความเป็นกันเอง ไม่จริงจังเกินไป สะท้อนปรัชญาของแบรนด์ที่ต้องการให้ไวน์เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความรู้ลึกเรื่องไวน์ ในช่วงแรก Houlihan และ Harvey เริ่มต้นจากการขายไวน์ให้ร้านอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตในแคลิฟอร์เนียทีละร้าน ก่อนที่แบรนด์จะเติบโตจนกลายเป็นไวน์ขายดีอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกาตามยอดขายปริมาณขวด
จุดเด่นของ Barefoot คือสไตล์การผลิตที่เน้นความหวานผลไม้และดื่มง่าย องุ่นมาจากแหล่งปลูกหลายแห่งทั่วแคลิฟอร์เนีย รวมถึงพื้นที่ Central Valley ซึ่งมีสภาพอากาศอบอุ่นเหมาะกับการปลูกองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ ผลิตด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ควบคุมอุณหภูมิการหมักอย่างแม่นยำเพื่อรักษากลิ่นผลไม้สดไว้ ทำให้เข้าถึงได้กว้างมากโดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ยังไม่คุ้นเคยกับรสชาติของไวน์แบบดั้งเดิม
E. & J. Gallo Winery ผู้ผลิต Barefoot ก่อตั้งในปี 1933 โดยสองพี่น้อง Ernest และ Julio Gallo ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นเจ้าของแบรนด์ไวน์กว่า 100 แบรนด์ การที่ Barefoot อยู่ภายใต้บริษัทขนาดใหญ่ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพและรักษาราคาให้เข้าถึงได้ง่าย ปัจจุบัน Barefoot จำหน่ายในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย
ราคา Barefoot ในไทย 2026
| ชื่อไวน์ | ประเภท | ราคา (บาท) |
|---|---|---|
| Barefoot Cabernet Sauvignon | ไวน์แดง | 380-480 |
| Barefoot Pinot Grigio | ไวน์ขาว | 380-480 |
| Barefoot Pink Moscato | โรเซ่ | 380-480 |
| Barefoot Bubbly Brut | สปาร์กลิง | 450-550 |
ราคา Barefoot ในไทยอยู่ในกลุ่มไวน์นำเข้าราคาประหยัด ใกล้เคียงกับ Blossom Hill และ Frontera ทุกรุ่นบรรจุขวดมาตรฐาน 750 มิลลิลิตร ยกเว้น Bubbly Brut ที่ราคาสูงกว่าเล็กน้อยเพราะเป็นสปาร์กลิง แต่ยังถูกกว่า Mionetto Prosecco อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับไวน์ออสเตรเลียอย่าง Jacob's Creek หรือ Wolf Blass ที่ราคาเริ่มต้นสูงกว่า Barefoot เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า ราคาอาจแตกต่างตามร้านค้า สอบถามราคาล่าสุดผ่าน Line ได้โดยตรง
รสชาติของ Barefoot เป็นอย่างไร
Cabernet Sauvignon: หวานกว่า Cab ทั่วไป กลิ่นเชอร์รี่สุกและบลูเบอร์รี่ แทนนินเบามาก ดื่มง่ายสำหรับคนที่ยังไม่ชอบรสฝาด แอลกอฮอล์ประมาณ 13% เนื้อไวน์ปานกลาง มีกลิ่นวานิลลาอ่อนจากการสัมผัสโอ๊คเล็กน้อย
Pinot Grigio: รสสดชื่น ผลไม้ขาวอย่างแอปเปิลและลูกแพร์ เปรี้ยวอ่อน กลมกล่อม ดื่มง่ายกว่า Sauvignon Blanc รสจบสะอาด แอลกอฮอล์ประมาณ 12%
Pink Moscato: หอมหวานชัดเจน กลิ่นดอกกุหลาบ ราสเบอร์รี่ และพีช ระดับความหวานสูง แอลกอฮอล์ต่ำประมาณ 9% เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสหวาน ผลิตจากองุ่น Muscat ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ให้กลิ่นหอมดอกไม้เป็นเอกลักษณ์
Bubbly Brut: ฟองละเอียดคงทน กลิ่นแอปเปิลและผลไม้ขาว รสสดชื่น ไม่หวานเท่า Pink Moscato แอลกอฮอล์ประมาณ 11% ผลิตด้วยวิธี Charmat Method ซึ่งให้ฟองสม่ำเสมอและรักษากลิ่นผลไม้สดได้ดี มีกลิ่น citrus อ่อนและรสจบสะอาด
โดยรวม Barefoot ทุกรุ่นมีรสชาติที่เน้นผลไม้เป็นหลัก แทนนินและความเปรี้ยวต่ำกว่าไวน์ในระดับราคาเดียวกันจากยุโรป ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับรสเปรี้ยวและรสฝาดของไวน์
Barefoot เหมาะกับอาหารอะไร
Barefoot Cabernet Sauvignon คู่ได้ดีกับพิซซ่า เบอร์เกอร์ ปีกไก่ทอด สเต็กหมู และอาหารจานด่วนทั่วไป สำหรับอาหารไทย เข้ากันได้กับหมูกระทะ ไก่ย่าง ผัดซีอิ๊ว หรือเนื้อสันคอย่างซอสพริกไทยดำ ความหวานของไวน์ช่วยปรับสมดุลกับความเค็มและเผ็ดอ่อนของอาหารได้ดี ควรหลีกเลี่ยงการคู่กับอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัด เช่น ต้มยำ เพราะความเปรี้ยวของอาหารจะทำให้ไวน์สูญเสียรสผลไม้ไป
Pinot Grigio เข้ากันได้กับอาหารทะเลเบา ปลานึ่ง กุ้งผัด และสลัดผลไม้ คู่กับข้าวผัดปูหรือปลาหมึกผัดไข่เค็มก็ดี ความเปรี้ยวอ่อนของไวน์ช่วยตัดมันจากไข่เค็มได้พอดี นอกจากนี้ยังเข้ากันได้กับพาสต้าซอสครีมเบาและซูชิ
Pink Moscato ดื่มได้โดยไม่ต้องคู่กับอาหาร หรือจะเสิร์ฟกับผลไม้สด เค้ก และของหวานก็เข้ากันได้ดี คู่กับข้าวเหนียวมะม่วงหรือขนมไทยรสหวานก็เหมาะ ความหวานของ Moscato เข้ากันได้กับขนมที่มีกะทิเป็นส่วนประกอบ เช่น ทับทิมกรอบหรือบัวลอย
Bubbly Brut เสิร์ฟเป็น aperitif (เครื่องดื่มก่อนอาหาร) หรือคู่กับอาหารเบาอย่างคานาเป้ ชีส และอาหารทะเลสด เช่น หอยนางรมและกุ้งสดแช่น้ำแข็ง ฟองของสปาร์กลิงช่วยล้างความมันในปากได้ดี
เปรียบเทียบ Barefoot กับแบรนด์อื่น
เมื่อเทียบกับ Blossom Hill จากแคลิฟอร์เนียเหมือนกันในราคาใกล้เคียง Barefoot มีรสหวานผลไม้ที่ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะ Pink Moscato ที่หวานกว่า White Zinfandel ของ Blossom Hill คนที่ชอบรสหวานจะชอบ Barefoot มากกว่า ส่วนคนที่ต้องการรสชาติเป็นกลางจะชอบ Blossom Hill
เมื่อเทียบกับ Yellow Tail จากออสเตรเลีย Yellow Tail มีรสชาติที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเล็กน้อยและไม่หวานเท่า Barefoot ทั้งสองแบรนด์อยู่ในกลุ่มราคาใกล้เคียงกัน
เมื่อเทียบกับ Frontera จากชิลี Frontera มีรสชาติเป็นไวน์แบบดั้งเดิมมากกว่า แทนนินชัดเจนกว่า ส่วน Barefoot เน้นความหวานผลไม้และดื่มง่ายกว่า คนที่เพิ่งเริ่มต้นดื่มไวน์มักชอบ Barefoot มากกว่า Frontera
เมื่อเทียบกับ Lindemans Bin Series จากออสเตรเลีย Lindemans มีรสชาติที่สมดุลกว่าและไม่หวานเท่า Barefoot โดยเฉพาะ Lindemans Bin 65 Chardonnay ที่มีความเป็นกรดสูงกว่า Barefoot Pinot Grigio ราคาใกล้เคียงกัน
ในภาพรวม Barefoot วางตำแหน่งตัวเองเป็นไวน์ entry-level ที่เน้นรสชาติหวานผลไม้และเข้าถึงง่าย ส่วนแบรนด์อื่นในราคาใกล้เคียงมักมีสไตล์ที่เป็นไวน์ดั้งเดิมมากกว่า การเลือกขึ้นอยู่กับความชอบรสชาติเป็นหลัก สำหรับคนที่ชอบรสหวานและเพิ่งเริ่มต้น Barefoot เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากคุ้นเคยกับไวน์แล้วและต้องการรสชาติที่ซับซ้อนขึ้น สามารถลองแบรนด์ในระดับราคาสูงขึ้นอย่าง Jacob's Creek หรือ Hardy's
วิธีเก็บรักษาและอุณหภูมิเสิร์ฟ
Barefoot เป็นไวน์ที่ออกแบบมาให้ดื่มเร็ว ไม่ต้องเก็บบ่ม ควรเก็บในที่เย็นและมืดอุณหภูมิ 12-16 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและความร้อน สำหรับสภาพอากาศในประเทศไทย ไม่ควรเก็บไวน์ไว้นอกตู้เย็นเป็นเวลานาน เพราะอุณหภูมิห้องที่สูงกว่า 25 องศาเซลเซียสจะทำให้คุณภาพไวน์เสื่อมเร็วขึ้น ควรวางขวดในแนวนอนหากเก็บนานกว่าสองสัปดาห์ เพื่อให้จุกคอร์กไม่แห้ง
อุณหภูมิเสิร์ฟที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรุ่นมีดังนี้
- Cabernet Sauvignon: เสิร์ฟที่ 16-18 องศาเซลเซียส ในเมืองไทยที่อากาศร้อน แนะนำแช่ตู้เย็น 15-20 นาทีก่อนเสิร์ฟ
- Pinot Grigio: เสิร์ฟเย็นที่ 6-8 องศาเซลเซียส แช่ตู้เย็นประมาณ 2-3 ชั่วโมง
- Pink Moscato: เสิร์ฟเย็นที่ 6-8 องศาเซลเซียส ความเย็นช่วยให้ความหวานกลมกล่อมขึ้น
- Bubbly Brut: เสิร์ฟเย็นจัดที่ 4-6 องศาเซลเซียส เพื่อให้ฟองคงตัวได้นานขึ้น
หลังเปิดขวดควรดื่มให้หมดภายใน 2-3 วัน โดยปิดจุกแน่นและเก็บในตู้เย็น สำหรับสปาร์กลิง ควรดื่มให้หมดภายในวันเดียวเพราะฟองจะหายไปอย่างรวดเร็ว หากต้องเก็บข้ามวัน ให้ใช้จุกสปาร์กลิงแบบล็อคเพื่อรักษาฟองไว้ได้นานขึ้น
สอบถามข้อมูล Barefoot ผ่าน Line
สนใจสอบถามไวน์แบรนด์นี้?
ราคาพิเศษ ตอบ Line ทุกวัน ส่งทั่วประเทศ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Barefoot (FAQ)
Barefoot ราคาเท่าไหร่ในไทย? ราคาอยู่ที่ 350-550 บาทต่อขวด ขึ้นอยู่กับรุ่นและร้านค้า Bubbly Brut มีราคาสูงกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อยเพราะเป็นสปาร์กลิง สอบถามราคาล่าสุดผ่าน Line ได้โดยตรง
Barefoot เหมาะกับมือใหม่หรือไม่? Barefoot มีรสหวานผลไม้ชัดเจน แทนนินเบา และแอลกอฮอล์ไม่สูง โดยเฉพาะ Pink Moscato ที่มีแอลกอฮอล์เพียง 9% จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำความรู้จักกับไวน์
Barefoot มีกี่รุ่นที่จำหน่ายในไทย? รุ่นที่พบได้ทั่วไปในไทย ได้แก่ Cabernet Sauvignon (ไวน์แดง) Pinot Grigio (ไวน์ขาว) Pink Moscato (โรเซ่) และ Bubbly Brut (สปาร์กลิง) บางร้านอาจมีรุ่น Merlot และ Chardonnay ด้วย
Barefoot เก็บบ่มได้หรือไม่? Barefoot ออกแบบมาให้ดื่มภายใน 1-2 ปีหลังวางจำหน่าย ไม่เหมาะสำหรับการเก็บบ่มระยะยาว หลังเปิดขวดควรดื่มให้หมดภายใน 2-3 วัน โดยปิดจุกแน่นและเก็บในตู้เย็น
Barefoot ผลิตจากองุ่นพันธุ์อะไร? แต่ละรุ่นใช้องุ่นต่างพันธุ์ Cabernet Sauvignon ใช้องุ่นพันธุ์ Cabernet Sauvignon จากแคลิฟอร์เนีย Pinot Grigio ใช้องุ่นพันธุ์ Pinot Grigio ส่วน Pink Moscato ใช้องุ่นพันธุ์ Muscat ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นหอมดอกไม้และผลไม้ องุ่นทั้งหมดปลูกในแหล่งปลูกหลายแห่งทั่วแคลิฟอร์เนีย
แก้วไวน์ที่เหมาะกับ Barefoot
สำหรับ Cabernet Sauvignon ใช้แก้วไวน์แดงทรงกลมขนาดกลาง (medium bowl) ที่เปิดปากกว้างเพื่อให้กลิ่นผลไม้กระจายตัวได้ดี Pinot Grigio และ Pink Moscato ใช้แก้วไวน์ขาวทรงแคบกว่า ช่วยรักษาอุณหภูมิเย็นได้นานกว่า ส่วน Bubbly Brut ใช้แก้วทรง flute เพื่อรักษาฟอง หากไม่มีแก้วเฉพาะ แก้วไวน์ทั่วไปก็ใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อแก้วราคาแพง
สรุป
Barefoot เป็นไวน์อเมริกันจากแคลิฟอร์เนีย ราคา 350-550 บาท รสหวานผลไม้ดื่มง่าย มีให้เลือกหลากหลายทั้งไวน์แดง ไวน์ขาว โรเซ่ และสปาร์กลิง Pink Moscato เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบรสหวานด้วยแอลกอฮอล์เพียง 9% ส่วน Bubbly Brut เป็นสปาร์กลิงราคาประหยัดที่หาได้ง่ายในประเทศไทย Cabernet Sauvignon และ Pinot Grigio เป็นรุ่นมาตรฐานที่เข้ากับอาหารได้หลากหลาย เมื่อเทียบกับ Blossom Hill และ Yellow Tail ในระดับราคาเดียวกัน Barefoot มีรสหวานผลไม้ที่ชัดเจนกว่า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและราคาล่าสุดผ่าน Line ได้โดยตรง
คำถามที่พบบ่อย
Barefoot ราคาเท่าไหร่ในไทย?
ราคาอยู่ที่ 350-550 บาทต่อขวด ถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับไวน์นำเข้าจากอเมริกา สอบถามราคาพิเศษผ่าน Line ได้เลย
Barefoot รสชาติเป็นอย่างไร เหมาะกับมือใหม่ไหม?
Barefoot มีรสหวานผลไม้ชัดเจน ดื่มง่ายมาก เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่ชอบรสเปรี้ยวหรือฝาดของไวน์ทั่วไป โดยเฉพาะ Pink Moscato และ Bubbly Brut
Barefoot มีรสชาติอะไรบ้าง?
มีให้เลือกหลายสไตล์ ทั้ง Cabernet Sauvignon (ไวน์แดง), Pinot Grigio (ไวน์ขาว), Pink Moscato (โรเซ่หวาน) และ Bubbly Brut (สปาร์กลิง)
Barefoot มาจากประเทศอะไร?
Barefoot เป็นไวน์แดงและไวน์ขาวจากสหรัฐอเมริกา ผลิตโดยผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงในภูมิภาค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line
ยังมีข้อสงสัย? สอบถามผ่าน Line ได้เลย